คนที่ติดพุทธภูมิ

เจอพระพุทธเจ้าแล้วบอกไม่เอา จะไปเป็นพระพุทธเจ้าเองดีกว่า ขอบำเพ็ญบารมีต่อไป ไม่เชื่อไม่ฟังพระพุทธเจ้า กลัวเดี๋ยวจะเป็นพระอรหันต์แล้วไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้านี้ยิ่งใหญ่กว่าเป็นพระอรหันต์ นี่คนที่ติดพุทธภูมินี่ก็จะถูกหลอก แทนที่จะปฏิบัติให้บรรลุภายในชาตินี้ก็ต้องไปบำเพ็ญบารมีอีกไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์ กว่าจะได้บรรลุกว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา

อย่างหลวงปู่มั่นนี่ ก็เคยได้ฟังว่าท่านก็เคยติดพุทธภูมิอยู่ พุทธภูมิก็ต้องมีความเมตตา ความห่วงใยคนนั้นคนนี้ ไม่กล้าไปปลีกวิเวกเหมือนกับว่าเป็นการตัดช่องน้อยทิ้งคนอื่นไว้ไปหลุดพ้นคนเดียว ก็ต้องอยู่ปฏิบัติร่วมกัน สอนกันไป เดินกันไปร่วมกัน แต่ไปด้วยกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่นี้มันก็ไปไม่รอด เหมือนคนว่ายน้ำไม่เป็นมาเกาะกัน มันก็จมด้วยกันหมด ถ้าต่างคนต่างแยกหัดไปว่ายกันเองมันก็จะรอด พอมาว่ายมาเกาะติดกัน มันก็ต่างคนก็ต่างว่ายไม่เป็นต่างคนก็ต่างเกาะกันไป แต่ถ้าต่างคนก็ต่างว่ายกันเอง ถ้าไม่ว่ายก็จม มันก็ต้องว่ายจนได้ มันก็ว่ายได้ แต่ถ้าเกาะกันเราก็อาศัยคนอื่นว่าย เราไม่ว่ายเอารัดเอาเปรียบ พอไม่ว่าย คนว่ายคนเดียวมันก็ตาย คนเป็นสิบมาเกาะคนว่ายคนเดียว คนว่ายมันก็ว่ายไม่ไหวมันก็จมไปด้วยกัน

ดังนั้นต้องแยกกันไป หัดว่ายกันเอง ไปปลีกวิเวกต่างคนต่างไป การเป็นพระอรหันต์กับพระพุทธเจ้านี้ไม่ต่างกันนะ หลุดพ้นเหมือนกัน ถ้าตีตั๋วก็ถ้าเครื่องบินชั้นหนึ่งก็ได้อยู่ชั้นหนึ่งเหมือนกันนั่งชั้นหนึ่งเหมือนกัน เพียงแต่ซื้อตั๋วจากคนละบริษัทเท่านั้นเอง ซื้อจากบริษัทของการบินกับซื้อจากบริษัททัวร์ พอถึงเวลาขึ้นเครื่องเขาก็ให้นั่งชั้นหนึ่งเหมือนกัน เป็นพระอรหันต์ก็ถึงนิพพานเหมือนกัน เป็นพระพุทธเจ้าก็ถึงนิพพานเหมือนกัน หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดเหมือนกันไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ต่างตรงที่ว่าเป็นพระพุทธเจ้านี้ต้องหาทางเอง เป็นพระอรหันต์นี้ไม่ต้อง มีพระพุทธเจ้านำทางเพียงแต่เดินตามเท่านั้น ง่ายกว่าหลายร้อยหลายล้านเท่าด้วยกัน

พระพุทธเจ้านี่ยากลำบากต้องหาทางเอง แต่พวกเรานี้ไม่ต้องหาทางเพราะพระพุทธเจ้านำทางอยู่แล้ว เพียงแต่เดินตามเท่านั้นเอง ง่ายกว่าเป็นล้านเท่า ถ้าไม่เดินตามก็ถือว่าฉลาดหรือโง่ก็ไปคิดดูเอาเอง มีทางให้เดินตามมีคนนำทาง ไม่เดินตามเขากลับต้องหาทางเอาเองอยากจะหาเอง.

ธรรมะบนเขา วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๖

“งานภายนอก งานภายใน”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต